สวัสดีค่ะพบกับน้องสมสีคนเดิม วันนี้น้องสมสีจะมาช่วยแก้ไขปัญหาสีกันอีกเช่นเคย พี่ๆ เคยเจอปัญหาเหล่านี้ไหมคะ? เคยทาสีเหล็กไปแล้ว แต่ไม่กี่ปีสีก็พอง ลอก หรือขึ้นสนิมอีก ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรทั้งที่เพิ่งทาสีไปไม่นาน วันนี้น้องสมสีจะมาบอกสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำตามได้ด้วยตัวเองค่ะ
ทำไมสีเหล็กถึงสำคัญกว่าที่คิด?
เหล็กเมื่อสัมผัสกับอากาศและความชื้น จะเกิดสนิมเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่อากาศชื้นตลอดปี สีโครงสร้างเหล็กจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือตัวป้องกันหลักที่ยืดอายุโครงสร้างออกไปได้หลายสิบปี ถ้าสีพอง ลอก หรือหลุดแม้แต่จุดเดียว เหล็กข้างใต้จะเริ่มขึ้นสนิมและกัดกร่อนได้เร็วมาก
สาเหตุหลักที่ทำให้สีเหล็กพองและลอก
ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากสีไม่ดี แต่มาจากขั้นตอนการทาที่ผิดพลาด
-
เตรียมผิวไม่สะอาด — ทาสีทับบนสนิม คราบน้ำมัน หรือฝุ่น สีไม่มีทางยึดเกาะได้จริง นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่พบบ่อยที่สุด
-
ไม่ทา Primer กันสนิม — หลายคนข้ามขั้นตอนนี้เพื่อประหยัดเวลาหรือค่าใช้จ่าย แต่ Primer คือชั้นที่ทำให้สีทับหน้ายึดติดและป้องกันสนิมได้จริง ขาดไม่ได้เลย
-
ทาสีตอนผิวเหล็กมีความชื้น — ฝนเพิ่งหยุด หรืออากาศชื้นจัด ฟองอากาศจะกักอยู่ใต้ฟิล์มสี แล้วดันให้สีพองในภายหลัง
-
รีบทาทับก่อนชั้นล่างแห้ง — ดูเหมือนประหยัดเวลา แต่ตัวทำละลายที่ยังค้างอยู่จะทำให้สีพองแน่นอน
-
ทาบางเกินไปหรือเลือกสีผิดประเภท — สีบางเกินมาตรฐาน หรือใช้สีงานทั่วไปในพื้นที่ชายทะเล ก็จะเสื่อมเร็วกว่าที่ควรมาก
เหล็กขึ้นสนิมเร็ว เพราะอะไร?
นอกจากขั้นตอนการทาสีแล้ว สภาพแวดล้อมก็มีผลมาก
-
ความชื้นสูง — ไทยมีความชื้นเฉลี่ย 70–80% ตลอดปี เหล็กที่ไม่มีการป้องกันจะขึ้นสนิมได้เร็วมาก
-
พื้นที่ชายทะเล — เกลือและคลอไรด์ในอากาศเป็นตัวเร่งสนิมที่รุนแรง เหล็กในพื้นที่แถวนี้ต้องการระบบสีที่แข็งแกร่งกว่าปกติ
-
รอยขีดข่วนเล็กน้อย — เปิดช่องให้เหล็กสัมผัสอากาศได้โดยตรง สนิมจะลุกลามจากจุดนั้นออกไปเรื่อย ๆ
วิธีแก้ปัญหา ทำตามนี้ไม่มีผิด
น้องสมสีขอแนะนำขั้นตอนการทาสีโครงสร้างเหล็กที่สามารถทำเองได้ที่บ้านแค่ทำตามขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ อย่าข้ามขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งเลยนะคะ
ขั้นตอนที่ 1 — ขัดสนิมและสีเก่าออกก่อน
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ถ้าข้ามไปทาเลยสีจะไม่ติดทนทานอย่างแน่นอน
สำหรับคนทั่วไปใช้ แปรงลวด ขัดตามรอยสนิมและสีที่ลอกออกมา ถ้ามีสนิมหนักหรือพื้นที่ใหญ่ให้ใช้ เครื่องเจียร (Angle Grinder) จะรวดเร็วและสะอาดกว่ามาก ขัดจนผิวเหล็กดูเงาหรือเทาเรียบ ไม่มีสีน้ำตาลแดงของสนิมเหลืออยู่
ขั้นตอนที่ 2 — เช็ดให้สะอาดก่อนทาสี
หลังขัดแล้วมักมีฝุ่นและคราบน้ำมันติดอยู่ ให้ใช้ผ้าชุบทินเนอร์หรือน้ำยาล้างคราบโลหะเช็ดให้ทั่ว แล้ว รอให้แห้งสนิทก่อน ห้ามทาสีบนผิวที่ยังเปียกหรือชื้น เพราะนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้สีพอง
ขั้นตอนที่ 3 — ทาสีรองพื้นกันสนิม 1 รอบ
สีรองพื้น (Primer) คือชั้นที่ทำให้สีทับหน้าติดทนและป้องกันสนิมได้จริง ๆ อย่าข้ามขั้นตอนนี้
ถ้าไม่อยากซื้อแยก ปัจจุบันมีสี 2in1 ที่รวมรองพื้นและทับหน้าในถังเดียว เช่น Beger GRIPTECH 2IN1 หรือ TOA Glipton 2IN1 เหมาะมากสำหรับงาน DIY ใช้แปรงหรือโรลเลอร์ทาบาง ๆ ให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 4 — รอให้แห้งก่อนทาซ้ำ
ดูที่กระป๋องสีว่าต้องรอกี่ชั่วโมง โดยทั่วไปอยู่ที่ 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ อย่ารีบทาทับ เพราะสีที่ยังไม่แห้งดีจะพองในภายหลัง
ขั้นตอนที่ 5 — ทาสีทับหน้าอีก 1–2 รอบ
ถ้าใช้สี 2in1 ก็ทาซ้ำอีก 1 รอบตรงเดิม ถ้าแยกสีรองพื้นและสีทับหน้า ให้ทาสีทับหน้าตามหลังจากที่รองพื้นแห้งแล้ว ยิ่งทาครบรอบ ฟิล์มสียิ่งหนาและทนนานขึ้น
เคล็ดลับ: อย่าทาสีตอนฝนกำลังจะตก หรือหลังฝนหยุดใหม่ ๆ รอให้ผิวเหล็กแห้งสนิทและอากาศไม่ชื้นจัดก่อน ผลลัพธ์จะต่างกันมาก
เลือกสีแบบไหนดี ถ้าไม่แน่ใจ? เลือกสีทาเหล็กยอดนิยมจากแบรนด์ชั้นนำ
แค่เลือกสีให้เข้ากับงานที่ใช้ ไม่แพ้กว่าการทาให้ถูกวิธี ลองดูตัวเลือกที่น่าสนใจจาก 3 แบรนด์ชั้นนำ
TOA ครบทุกระดับ ตั้งแต่งาน DIY ถึงโครงสร้างหนัก
-
TOA Rust Tech — สีรองพื้นหยุดสนิมระบบ Epoxy 2 ส่วน สำหรับโครงสร้างเหล็กหนัก ทาทับสนิมเก่าได้โดยไม่ต้องขัดออกทั้งหมด เหมาะกับพื้นที่ใกล้ชายทะเลและงานอุตสาหกรรม
-
TOA Rust Shield — Epoxy Primer 1 ส่วน แห้งไว ทาทับได้ภายใน 2 ชั่วโมง ยึดเกาะได้แม้กับเหล็กกัลวาไนซ์และอลูมิเนียม ดีสำหรับงานโครงสร้างทั่วไปและเครื่องจักร
-
TOA Glipton 2IN1 — รองพื้นและทับหน้าในถังเดียว เทคโนโลยี Active Zinc จากเยอรมัน ป้องกันสนิมได้ดีกว่าสีน้ำมันทั่วไปถึง 2 เท่า เหมาะสำหรับรั้ว ราว ประตูเหล็ก และงานที่ต้องการความสวยงาม
Beger จบงานง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง
-
BegerShield GRIPTECH 2IN1 — สีน้ำมันทาเหล็กสูตรพิเศษจาก Acrylic Resin นำเข้าจากสหรัฐฯ ไม่ต้องทารองพื้นแยก แห้งไวภายใน 30 นาที ทาได้ทั้งเหล็กดำ กัลวาไนซ์ สแตนเลส ไม้ และพลาสติก มีมากกว่า 30 เฉดสี เหมาะสายงาน DIY และงานทั่วไป
-
BegerShield GRIPTECH 2IN1 RUSTPROOF — รุ่นสูตรน้ำ ไม่ต้องผสมทินเนอร์เลย กลิ่นอ่อนมาก (Ultra Low VOCs) ทนทานกว่าสีน้ำมันทั่วไปถึง 4 เท่า ปลอดภัยกับช่างและเจ้าของบ้าน เหมาะมากสำหรับงานในบ้านหรือพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท
-
BegerShield GRIPTECH 2IN1 SPRAY — แบบสเปรย์ พ่นง่าย เข้าถึงทุกจุดแม้แต่รอยเชื่อม มีเทคโนโลยี RustProof ป้องกันสนิมได้ดี เหมาะสำหรับซ่อมงานจุดเล็ก หรืองานที่แปรงเข้าไม่ถึง
Nippon Paint ครอบคลุมทุกพื้นผิวในถังเดียว
Nippon Paint VINILEX All IN 1 — สีอเนกประสงค์ที่ทาได้ทั้งเหล็กดำ กัลวาไนซ์ สแตนเลส เมทัลชีท ไม้ และพลาสติก โดยไม่ต้องทา Wash Primer แยก ทนทานต่อสภาพอากาศ กันสนิม แห้งไว เหมาะสำหรับงานที่มีผิวหลายประเภทในโครงการเดียว
สรุปเลือกสีแบบไหนดี?
ถ้าเป็น งาน DIY หรือซ่อมเล็กน้อย ต้อง BegerShield GRIPTECH หรือ TOA Glipton 2IN1 ตอบโจทย์ที่สุด ไม่ต้องรองพื้นแยก แห้งไว ใช้งานง่าย
ถ้าเป็น งานโครงสร้างอาคารทั่วไป ต้อง TOA Rust Shield หรือ Nippon VINILEX All IN 1 เหมาะสม ให้ความคุ้มค่าและทนทาน
ถ้าเป็น งานหนักหรือพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น ชายทะเล โรงงาน ต้อง TOA Rust Tech เป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง ต้องการระบบสีเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่สี 2IN1
การลงทุนกับสีคุณภาพดีตั้งแต่แรก ประหยัดกว่าการซ่อมซ้ำ ๆ ในระยะยาวเสมอ ต้องการซื้อสีทาเหล็กโครงสร้าง แวะเข้ามาที่โฮมเพ้นท์ได้ทุกสาขา หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.shop.homepaint.co.th